ตั้งแต่เล็กจนกระทั่งโตพวกเราเห็นพระอาทิตย์จากโลกเป็นสีส้มๆแดงๆและก็ชอบมีลำแสงกระจัดกระจายไปทั่วฟ้า จนถึงเมื่อพวกเราได้เรียนหรือศึกษาเล่าเรียนเรื่องราวของดวงตะวันอย่างถ่องแท้ พวกเราก็ยิ่งทราบเข้าไปอีกว่าพระอาทิตย์นั้นไม่ใช่ของแข็งไปซะทีเดียว เนื่องจากว่ามันมีสถานะเป็นพลาสมาร้อนๆที่เกิดการปะทุอยู่บ่อยครั้งทำให้พวกเรามองเห็นมันฉายแสงออกมาอยู่เสมอเวลา และก็ปัจจุบัน สถาบันไลบ์นิซเพื่อการเรียนรู้ฟิสิกส์สุริยะ หรือ KIS สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีนี ได้ภาพที่ชัดที่สุดสำหรับการถ่ายรูปผิวของพระอาทิตย์ โดยในรูปภาพจะมองเห็นอีกทั้งผิวรวมทั้งจุดดับบนดวงอาทิตย์ ซึ่งนี่บางทีก็อาจจะเป็นภาพที่พวกเราไม่คุ้นเท่าไรนัก เพราะเหตุว่ามันบางทีก็อาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่พวกเราเคยจินตนาการไว้
.

เมื่อกล่าวถึงดวงตะวันพวกเราบางทีก็อาจจะรำลึกถึงความร้อนคุกรุ่นเนื่องจากโลกของพวกเรานั้นก็ได้รับอิทธิพลจากพระอาทิตย์โดยตรง ถึงแม้ว่าโลกจะอยู่ห่างจากพระอาทิตย์เป็นลำดับที่ 3 ก็ตาม แม้กระนั้นพลังงานของพระอาทิตย์ยังเหลือล้นเนื่องจากยังกระจัดกระจายความร้อนมายังโลกของพวกเรา ในอดีตกาลจนกระทั่งตอนนี้นั้นโลกของพวกเราก็มีแผนการไปตรวจพระอาทิตย์อยู่บ้างแต่ว่านานๆครั้งเท่าไรนัก เนื่องจากว่าระยะทาง และก็ปัญหาจากลมสุริยะหรือสนามไฟฟ้า ที่จะทำให้ยานอวกาศแต่ละลำจะต้องสามารถรองรับปัญหาต่างๆพวกนั้นได้
.

ทดลองเล่นสลอต

ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานั้นเคยมีแผนการไพโอเนียร์ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ(สหรัฐอเมริกา)ได้ขึ้นไปตรวจสอบดวงตะวันเป็นแผนการแรก และก็ตามด้วยยานตรวจสอบต่างๆที่ทยอยขึ้นไปตรวจสอบดวงตะวันเพื่อจะเก็บข้อมูล ให้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำพินิจพิจารณารวมทั้งค้นหาข้อมูลเชิงลึกของดวงตะวัน ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานอันยิ่งใหญ่ของระบบสุริยะ จากการไปตรวจสอบในแต่ละครั้ง ก็จะได้ข้อมูลที่สำคัญกลับมาแล้วก็ทำให้พวกเราทราบว่าพระอาทิตย์นั้นนอกเหนือจากที่จะมีมวลสารที่ประกอบไปด้วยไฮโดรเจนรวมทั้งฮีเลียมที่ทำปฏิกิริยาและก็นำมาซึ่งพลังงานความร้อนแล้วนั้น แม้กระนั้นมันยังมีจุดมืด ซึ่งถือได้ว่าจุดที่เย็นที่สุดบนดวงตะวันรวมทั้งมันยังเป็นรอบๆที่สว่างต่ำที่สุดในดวงตะวันอีกด้วย
.

จุดมืดดวงอาทิตย์นี้เองนั้นไม่ใช่แค่เป็นรอบๆที่อุณหภูมิน้อยที่สุดบนพระอาทิตย์เพียงเท่านั้น แม้กระนั้นมันยังเป็นสาเหตุของการเกิดปรากฎการณ์บนดวงตะวันอีกเยอะแยะ เป็นต้นว่า การเกิดบ่วงวัวโรท้องนา การเชื่อมกันของสนามไฟฟ้า และก็การเกิดระเบิดใหญ่บนพระอาทิตย์
.

ทดลองเล่นสล๊อต

ภาพกล้องส่องทางไกล GREGOR
และก็ถ้าเกิดคนใดกันที่ได้เคยเรียนเรื่องราวของจุดมืดดวงอาทิตย์หรือเคยเห็นรูปมาก่อนก็จะพบว่าจุดมืดนี้จะมีลักษณะเป็นจุดดำๆบนพระอาทิตย์สีแดงๆเสมือนฝ้าบนบริเวณใบหน้าคน แต่ว่าก็จะยังมองดูไม่ชัดเจนด้วยเหตุว่าของใหม่เทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปในช่วงเวลานั้นมันบางทีอาจยังไม่อาจจะจะเจาะลึกเข้าไปในเนื้อหาของมันได้
.

แม้กระนั้นในทุกวันนี้มนุษย์ได้มีการปรับปรุงเทคโนโลยีด้านอวกาศให้ล้ำสมัยรวมทั้งสนองตอบต่อความอยากต้องการทราบต้องการเรียนรู้ในเรื่องราวต่างๆทำให้ในวันนี้พวกเราได้ภาพผิวของดวงตะวันรวมทั้งภาพจุดมืดดวงอาทิตย์ที่แจ้งชัดอย่างไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานั้น สถาบันไลบ์นิซเพื่อการเล่าเรียนฟิสิกส์สุริยะ หรือ KIS สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีนี ได้เก็บภาพจุดดับบนดวงอาทิตย์แล้วก็ผิวของดวงตะวันจากกล้องส่องทางไกล GREGOR ซึ่งเป็นกล้องถ่ายภาพโทรทรรศ์ที่ใช้เพื่อการสังเกตการณ์ดวงตะวัน ตั้งอยู่ที่ประเทศเสผสม
.
33

ภาพผิวพระอาทิตย์
ซึ่งผลการใช้กล้องส่องทางไกลตัวนี้ทำให้พวกเราสามารถมองเห็นรูปร่างของจุดมืดที่แจ่มกระจ่าง พวกเราสามารถแลเห็นผิวของดวงตะวันทั้งยังในรอบๆธรรมดา แล้วก็รอบๆที่อยู่ใกล้กับจุดมืด แล้วก็ยังจะมองเห็นอีกว่าบริเวณรอบๆจุดมืดนั้นจะมีสนามไฟฟ้าที่รอกีดกันความร้อนจากภายในระบายออกมา ก็เลยทำให้พวกเราเห็นเป็นจุดมืดที่มีอุณหภูมิต่ำลงยิ่งกว่ารอบๆอื่นๆ
.

เว้นเสียแต่จุดมืดที่พวกเราเห็นได้อย่างเห็นได้ชัดแล้วพวกเรายังสามารถเห็นผิวของพระอาทิตย์ ที่ประกอบไปด้วยพลาสมาไหลไปไหลมาและก็รวมกลุ่มกันคล้ายกับเซลล์เยื่อ ซึ่งเว้นเสียแต่กล้องส่องทางไกล GREGOR จะถ่ายภาพดวงตะวันได้อย่างใกล้ชิดแล้ว ก็ยังมีกล้องถ่ายรูปโทรทรรศ์สังเกตการณ์พระอาทิตย์ DKIST ของประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งสามารถถ่ายภาพผิวดวงตะวันได้เหมือนกัน
.

โปรสล๊อต

ภาพขยายจุดมืดบนดวงอาทิตย์
บางบุคคลบางทีอาจสงสัยว่าเพราะเหตุไรนักวิทยาศาสตร์ถึงจำเป็นต้องตื่นเต้นดีใจซึ่งสามารถแลเห็นจุดมืดของดวงตะวันได้อย่างใกล้ชิดรวมทั้งเด่นชัด โน่นก็เป็นเนื่องจากว่าจุดมืดนั้นมีผลกระทบต่อการปลดปล่อยพลังงานของพระอาทิตย์ที่บางทีอาจจะทำให้เกิดผลเสียถึงโลก เพราะเหตุว่าจุดมืดนั้นเป็นรอบๆที่สนามเเม่เหล็กจะพิงผ่านกันบ้างก็จะฉีกจนขาด บ้างก็จะต่อกันใหม่ นำมาซึ่งการปลดปล่อยพลังงานครั้งยิ่งใหญ่ออกมากระทั่งแปลงเป็นโซลาร์แฟลร์ หรือเปล่าว่าจะเป็นการมีการปลดปล่อยพลังงานวัวโรท้องนา ที่จะทำให้ระบบกระแสไฟฟ้ารวมทั้งระบบโทรคมนาคมของโลกนั้นกำเนิดความย่ำแย่ได้ รวมทั้งสิ่งพวกนี้ก็คือสาเหตที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ของพวกเราจำเป็นต้องเฝ้าพินิจเหตุต่างๆที่จะเกิดขึ้นบนดวงตะวัน เนื่องจากว่าทุกปฏิกิริยาที่มันเกิดขึ้นบนดวงตะวันนั้น ล้วนส่งผลเสียกับโลกพวกเราทั้งมวล