สิ่งมีชีวิตต่างดาว บทที่ 2: มนุษย์ดาวอื่น บางทีอาจเสมือนพวกเรา มากยิ่งกว่าที่พวกเราคิด

จากการศึกษาเล่าเรียนเรื่องสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่ถูกพิมพ์เอาไว้ในปี คริสต์ศักราช 2017 ในบทความที่มีชื่อว่า Aliens may be more like us than we think “มนุษย์ดาวอื่นก็บางทีอาจดูเหมือนกับว่ากับพวกเรา มากยิ่งกว่าที่พวกเราคิด” ก็ทำให้เห็นว่า ความสลับซับซ้อนของพัฒนาการชีวิตบนโลก ก็บางทีอาจช่วยทำให้พวกเราเข้าใจในเรื่องพัฒนาการเอเลี่ยนได้ในทุกๆที่ของจักรวาล หนึ่งในนักวิชาการนักเขียนร่วมบทความอย่าง ‘แซม เลวิน’ (Sam Levin) ก็เคยได้ออกมาให้ข้อคิดเห็นว่า เหมือนกันกับมนุษย์เรา พวกเราสามารถทายได้ว่าพวกชีวิตเอเลี่ยนนั้นถูกผลิตขึ้นมาได้เช่นไร โดยแต่ละระดับของชีวิต จะมีกลไกคัดสรรทางธรรมชาติ, ดิ้นรนต่อสู้ และก็วิวัฒนาการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอันสมควร เพื่อสายพันธ์ของตนยังคงอยู่รอดถัดไปได้ ซึ่งจากแบบอย่างพวกนี้พวกเราสามารถใช้ประโยชน์อ้างอิงเพื่อเรียน กลไกลของชีวิตได้ในทุกๆพื้นที่นอกโลก! รวมถึงสิ่งมีชีวิตในระดับที่มีสติสัมปชัญญะทรงความคิดสูง อ่านบทความก่อนหน้า: สิ่งมีชีวิตต่างดาว บทที่ 1: หลักฐานการมีอยู่ของเอเลี่ยน ฐานรากทางวิชาชีวเคมี ชีวิตบนโลกปรารถนาน้ำเป็นตัวทำละลาย เพื่อกำเนิดปฎิคำกริยาทางเคมีต่างๆในนั้น รวมทั้งส่วนประกอบของธาตุต่างๆอย่างเหมาะควร ได้แก่ จำนวนคาร์บอนรวมทั้งส่วนประกอบอื่นๆก็อาจจะก่อให้กำเนิดลักษณะของชีวิตขึ้นบนดาวพระเคราะห์ดวงนั้นได้ นอกเหนือจากนี้การจะกำเนิดชีวิตได้ยังจะต้องอาศัยการแก้ไขทางเคมีรวมทั้งตอนอุณหภูมิที่ละม้ายกับโลกด้วย แต่ว่าถึงแบบนั้นดาวนพเคราะห์ที่มีส่วนประกอบของสภาพแวดล้อมเป็นแอมโมเนียจำนวนมาก สิ่งมีชีวิตบนนั้นก็บางทีอาจอยู่ได้โดยใช้ตัวทำละลายเป็นแอมโมเนียแทนน้ำก็ได้อยู่ ถึงแม้ตามหลักแล้วคุณภาพของแอมโมเนียสำหรับในการทำละลายจะน้อยกว่าน้ำก็ตาม รวมทั้งนอกจากไปจากแอมโมเนียและยังมีความน่าจะเป็นไปได้ของชีวิต ที่บางทีอาจก่อรูปขึ้นมาจากตัวทำละลายโดยไฮโดรคาร์บอนเหลว เป็นต้นว่า ก๊าซมีเทน, อีเทน หรือโพรเพน…


10 หลักฐานที่น่าทึ่ง เกี่ยวกับการศึกษาและทำการค้นพบมนุษย์ดาวอื่น ในปี 2020

ตรงนี้เป็นหินขนาดเล็กที่ลอยละล่องอยู่ด้านในอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาลที่พวกเราเรียกว่า “โลก” มนุษย์เรามักสงสัยอยู่บ่อยมากว่าพวกเราอยู่คนเดียวในจักรวาลที่นี้หรือเปล่า ซึ่งปริศนานี้เกิดมาปีแล้วปีเล่า และก็เมื่อพวกเรายิ่งค้นหา ก็ดูอย่างกับว่าพวกเรายิ่งได้โอกาสพบเห็นกับสิ่งมีชีวิตที่มาจากนอกโลกเยอะขึ้นเรื่อยทุกปี การค้นหาสิ่งมีชีวิตบนดาวนพเคราะห์ที่อยู่ใกล้กับพวกเราสูงที่สุด ไม่ว่าจะด้านในระบบสุริยะหรือไกลกว่านั้นก็ทำให้พวกเราเริ่มมีหวังที่กำลังจะได้มองเห็นชีวิตในลักษณะต่างๆไล่ไปตั้งแต่แบคทีเรีย ไปจนกระทั่งสิ่งมีชีวิตที่มีความซับซ้อน หรือมนุษย์ดาวอื่นจาก “พร็อกซิมา เซนทอรี” ต้องการจะติดต่อกับพวกเรา? ความซาบซึ้งของนักแสดงที่มีต่อดาวเคราะห์นอกระบบ Proxima Centauri b โดย ESO/M. Kornmesserมันเป็นสัญญาณตอบกลับที่แปลกแปลกจากจากห้วงอวกาศอย่างไม่เคยมีมาก่อน ที่เมื่อตอนต้นเดือน เดือนธันวาคม ปี คริสต์ศักราช 2020 นักค้นคว้าประกาศว่าพวกเขาได้ตรวจหาบีมพลังงานลึกลับในคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบริเวณความถี่วิทยุที่ 980 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีทิศทางมาจากดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้เคียงกับพวกเราสูงที่สุดในระยะ 4.2 ปีแสง โน่นเป็น “พร็อกซิมา เซนทอรี” ระบบดาวดวงนี้ประกอบไปด้วยดาวนพเคราะห์ปริมาณ 2 ดวง ดวงหนึ่งเป็นดาวก๊าซยักษ์ และก็อีกดวงหนึ่งที่เป็นที่พอใจของนักวิทยาศาสตร์ก็คือดาวพระเคราะห์หินที่มีขนาดใหญ่กว่าโลก 17 เปอร์เซ็นต์ แถมยังตั้งอยู่ด้านใน “เขตอาศัยได้” รอบดาวฤกษ์แม่ของมันอีกด้วย นี่ก็แปลว่าได้โอกาสที่น้ำจะสามารถอาจรูปเป็นของเหลวอยู่ถึงที่เหมาะโน่น บีมพลังงานที่ส่งออกมานี้ไม่สามารถที่จะชี้แจงได้ถึงความเคลื่อนไหวน้อยด้านในคลื่น แล้วมันยังมีความเกี่ยวเนื่องกันกับการเคลื่อนที่ของดาวพระเคราะห์ข้างในอีกด้วย นักค้นคว้ารู้สึกตื่นเต้นมากมายกับสิ่งที่ศึกษาและทำการค้นพบนี้ แม้กระนั้นพวกเขาก็บอกเหตุผลชี้แจงออกมาให้รอบคอบ และไม่ด่วนสรุปว่านี่เป็นสัญญาณของผู้คนต่างดาว ด้วยเหตุว่ามีความน่าจะเป็นที่แหล่งพลังงานนี้อาจมาจากดาวหาง, ก้อนเมฆไฮโดรเจน หรือแม้กระทั้งเทคโนโลยีของผู้คนร่วมกันเอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวนักค้นคว้าก็เลยจำต้องพินิจพิจารณาเพิ่มเติมอีกกันถัดไป เพื่อแน่ใจว่ามนุษย์ดาวอื่นกำลังโทรศัพท์หาพวกเราอยู่จริงๆ…


สัญญาณเอเลี่ยนลึกลับส่งมาจาก “พร็อกซิมา เซนทอรี” ห่างจากโลกเพียงแค่ 4.2 ปีแสง บางทีอาจเป็นได้ว่าเป็นประดิษฐกรรมของผู้คนต่างดาว

นักดาราศาสตร์เพียรพยายามอย่างยิ่งสำหรับการพิจารณาสัญญาณวิทยุที่ส่งออกมาจาก ‘พร็อกซิมาเซนทอรี’ (Proxima Centauri) ซึ่งเป็นระบบดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้เคียงกับดวงตะวันเยอะที่สุด โดยกล้องส่องทางไกล พาร์คส์ (Parkes telescope) ในประเทศออสเตรเลีย สามารถตรวจหาบีมแคบ (narrow beam) ของคลื่นวิทยุ ที่ส่งออกมาในตอน 30 ชั่วโมงของการสังเกตการณ์ ระหว่างม.ย.แล้วก็พฤษภาคมของปีให้หลัง หลังจากการวิเคราะห์บีมลำแสงสว่างมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์ก็เชื่อมั่นได้ว่าคลื่นดังที่กล่าวถึงมาแล้วมิได้มาจากการเช็ดมือบกวนโดยเครื่องมืออะไรก็แล้วแต่อีกทั้งจากบนพื้นแผ่นดิน หรือดาวเทียมในอวกาศ ที่เป็นประดิษฐกรรมของผู้คน ซึ่งปกติแล้วกลุ่มนักดาราศาสตร์จากแผนการ Breakthrough Listen ที่มีมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ มักตรวจค้นคลื่นวิทยุแปลกๆได้บ่อย ด้วยกล้องส่องทางไกลพาร์คส์ หรือหอพักดูดาวกรีนแบงค์ในเวสต์เวอร์จิเนีย แต่ว่าสัญญาณพวกนั้นโดยมากมาจากการรบกวนโดยวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของผู้คน หรือไม่ก็มาจากแหล่งธรรมชาติ แต่ว่า ‘สัญญาณ’ ปัจจุบันมีความเหมือนกับสัญญาณที่มนุษย์ผลิตขึ้นมากมาย แม้กระนั้นมีทิศทางมาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่โลก รูปแบบของมันเป็นบีมแคบที่มีความถี่ประมาณ980 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งการแปลงความถี่นี้เห็นได้ชัดว่ามีความกลมกลืนกับการเคลื่อนที่ของดาวพระเคราะห์จากห้วงอวกาศลึก แล้วก็เวลานี้นักวิทยาศาสตร์ก็กำลังเขียนงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยนี้กับตั้งชื่อให้แก่บีมนี้ว่า “BLC1” ทดลองเล่นสลอต สำหรับโครงงาน Breakthrough Listen ซึ่งเป็นแผนการค้นหาหลักฐานของสิ่งมีชีวิตจากอวกาศ ทั้งบีมที่ปรากฏยังมีทิศทางมาจากระบบดาว ‘พร็อกซิมาเซนทอรี’ อีกด้วย ซึ่งเป็นดาวพระเคราะห์แดงที่อยู่ใกล้โลกสูงที่สุดเพียงแต่ 4.2 ปีแสง โดยกลุ่มผู้ดำเนินงานตรวจทานสัญญาณ “BLC1”…


สิ่งมีชีวิตบนโลกต่างดาว อาจมีความมากมายหลายมากยิ่งกว่าบนโลก

โลกเป็นสถานที่ที่เดียวในจักรวาล เท่าที่พวกเราทราบเวลานี้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในแน่นอนรวมทั้งจากการสำรวจดาวพระเคราะห์ต่างๆอีกทั้งด้านใน แล้วก็ด้านนอกระบบสุริยะ ก็ทำให้พวกเราทราบดีว่า ยังมีสถานที่อีกหลายพันล้านระบบดาว ที่ไม่เหมาะสมต่อการอาศัยอยู่ของสิ่งมีชีวิตเลย โลกเป็นสถานที่เดียวในจักรวาลที่พวกเราทราบว่ามีชีวิตอาศัยอยู่ ระหว่างที่ระบบดวงดาวอื่นๆอีกหลายพันล้านระบบ ไม่บางทีอาจเป็นสถานที่ๆเหมาะสมที่สุดสำหรับชีวิตได้ จากการเรียนใหม่ของนักดาราศาสตร์ พวกเขาได้เลียนแบบความน่าจะเป็นของชีวิตบนดาวพระเคราะห์น้ำดวงอื่นๆแล้วหลังจากนั้นก็พบว่า มีเงื่อนไขบางสิ่งบางอย่างซึ่งสามารถสร้างห้วงมหาสมุทรให้มีสิ่งแวดล้อมที่สมควรต่อการอาศัยอยู่ได้ จากแบบจำลองชี้ให้เห็นว่า บนดาวนพเคราะห์น้ำที่มีชั้นบรรยากาศหนาแน่น, มีพื้นปฐพีที่เป็นทวีป, มีตอนกลางวันที่นานพอเพียง แล้วก็ดาวนพเคราะห์มีการหมุนรอบตนเองอย่างช้าๆนั้น เป็นสถานที่อุดหนุนต่อสิ่งมีชีวิตเยอะที่สุด ข้อจำกัดกลุ่มนี้ได้ทำให้เกิดภาวะไหลเวียนของห้วงมหาสมุทร ซึ่งจะนำพาเอาสารอาหารจากทะเลลึก ขึ้นมาสู่ผิว อันเป็นที่อยู่ของกิจกรรมด้านชีววิทยาต่างๆ ทดลองเล่นสลอต สเตฟานี โอลสัน (Stephanie Olson) นักค้นคว้าจากมหาวิทยาลัยชิคาโกซึ่งเป็นหัวหน้าการเรียนใหม่นี้พูดว่า งานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยแสดงให้พวกเราได้มีความคิดเห็นว่า ข้อแม้บนดาวนพเคราะห์นอกระบบ ที่พรั่งพร้อมไปด้วยแบบไหลเวียนของห้วงสมุทรนั้น สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะรองรับการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต และก็กำเนิดความมากมายหลายขึ้นในนั้น ซึ่งความมากมายหลายของชีวิตที่ว่าอาจมีมากยิ่งกว่าบนโลกเสียด้วยซ้ำ ตอนนี้มีการรับรองแล้วว่า พวกเราศึกษาค้นพบดาวนพเคราะห์นอกระบบไปแล้วมากยิ่งกว่า 4,000 ดวง กลับมีเพียงแค่ถือมือเดียว ที่ค้นพบว่าโลกพวกนั้นจะเขยื้อนอยู่วิถีโคจร ข้างในเขตอาศัยได้ หรือก็คือตั้งอยู่ในช่วงปลอดภัยจากดาวฤกษ์แม่ของมัน ซึ่งการที่ดาวพระเคราะห์อยู่ในระยะห่างที่พอดีนั้น จะมีผลต่อการคงจะรูปของน้ำให้อยู่ในสถานะของๆเหลวนั่นเอง สำหรับดาวพระเคราะห์ที่อาศัยอยู่ในเขตอาศัยได้กลุ่มนี้ นักดาราศาสตร์จะให้ความเอาใจใส่เป็นลำดับต้นๆของการศึกษาเล่าเรียน เพื่อค้นหาสัญญาณของสิ่งมีชีวิต ทดลองเล่นสล๊อต การศึกษาเล่าเรียนของนักวิทยาศาสตร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ที่เกี่ยวกับการมองหาดาวนพเคราะห์นอกระบบในเขตอาศัยได้นั้น มักไม่มีความสนใจต่อการมีอยู่ของห้วงมหาสมุทร ซึ่งความจริงมันมีส่วนสำคัญอย่างใหญ่โต เพราะว่ามันมีผลต่อการหมุนเวียนของลักษณะอากาศบนดาวพระเคราะห์กลุ่มนี้ ปัจจุบันนี้นักค้นคว้าก็เลยเน้นไปที่จุดสำคัญนี้มาขึ้น โดยการใช้คอมพิวเตอร์มาสร้างแบบจำลองขึ้นมา…


มนุษย์ดาวอื่น ที่อยู่ใกล้กับโลก 1,004 ที่ ควรจะมองเห็นสัญญาณของสิ่งมีชีวิตบนโลกแล้ว

หากมีมนุษย์ดาวอื่นอยู่ข้างในกาแล็กซีของพวกเรา ตอนนี้พวกเขาก็คงจะได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับเราแล้ว จากงานศึกษาเล่าเรียนใหม่โดยสองนักดาราศาสตร์กล่าวว่า มีดาวเวลาที่คล้ายกับพระอาทิตย์ของพวกเราอยู่เป็นปริมาณ 1,004 ดวง ซึ่งทุกดวงล้วนแต่ได้โอกาสที่จะมีดาวเคราะห์เหมือนโลกโคจรอยู่ข้างในเขตอาศัยได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวถ้าเกิดมีมนุษย์ดาวอื่นอันฉลาดเฉลียวอยู่บนดาวพระเคราะห์นอกระบบพวกนั้น พวกเขาก็ควรจะแลเห็น สัญญาณเคมีของสิ่งมีชีวิตบนโลกของพวกเราแล้ว ทดลองเล่นสลอต ด้วยเหตุว่าจากมุมมองของดาวนพเคราะห์พวกนั้น พวกเขาจะแลเห็นโลกของพวกเราเขยื้อนผ่านหน้าพระอาทิตย์เป็นบ่อยในวิถีโคจร และก็ปรากฏให้มองเห็นเป็นจุดความมืดมนเล็กๆบนแผนภูมิ หรือคล้ายกับแนวทางที่พวกเราใช้ค้นหาดาวนพเคราะห์นอกระบบด้วยแนวทางเขยื้อนผ่านทางดาราศาสตร์ (Transit) นั่นเอง ซึ่งในตลอด 11 ปีที่ล่วงเลยไป พวกเราก็ศึกษาและทำการค้นพบดาวนพเคราะห์นอกระบบด้วยแนวทางแบบนี้มาสูงถึง 3 พันดวงแล้ว ทดลองเล่นสล๊อต ด้วยแนวทางเขยื้อนผ่านทางดาราศาสตร์นี้ ไม่เพียงแค่ทำให้พวกเรารู้ดีว่ามีดาวเคราะห์อยู่ภายนอกนั้น แค่นั้น เนื่องจากว่ามันยังช่วยทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเจาะจงได้ถึงขั้นของดาว รวมทั้งส่วนประกอบในชั้นบรรยากาศของดาวได้ด้วย (โดยการวิเคราะห์สเปกตรัมของแสงสว่าง) ด้วยแนวทางเดียวกันนี้ พวกเขาก็คงจะได้มองเห็นถึงลักษณะของสารประกอบอินทรีย์ในชั้นบรรยากาศของพวกเราแล้ว รวมทั้งส่วนประกอบในชั้นบรรยากาศต่างๆตัวอย่างเช่นละอองน้ำ, ออกสิเจน, ไนโตรเจน, คาร์บอนไดออกไซด์ รวมทั้งอื่นๆฯลฯ ขึ้นรถประกอบบางสิ่งบางอย่างนั้นสามารถคาดการณ์ได้อย่างง่ายๆว่าไม่น่าจะใช่ขั้นตอนที่เกิดขึ้นทางธรรมชาติแน่นอน ตัวอย่างเช่นไนบอกออกไซด์ ที่ได้ผลสำเร็จสร้างมาจากสิ่งมีชีวิตชนิดแบคทีเรีย หรือแก๊สออกสิเจนจำนวนหลายชิ้น ที่สำเร็จผลิตขึ้นจากขั้นตอนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพลิกตอน, สาหร่าย รวมทั้งพืช ลิซา ติดอยู่ลเทเนเกอร์ (Lisa Kaltenegger) นักเขียนร่วมงานศึกษาเล่าเรียนชิ้นนี้บอกว่า “ถ้าเกิดพวกเราพบเห็นดาวพระเคราะห์ที่มีลักษณะเด่นทางชีวเขต โน่นก็พอๆกับว่าพวกเราได้ศึกษาและทำการค้นพบต้นแบบไม่น่าไว้วางใจของลักษณะอากาศที่เกิดขึ้นบนดาวนพเคราะห์ดวงนั้นแล้ว นอกเสียจากว่าไม่มีผู้ใดอยู่ตรงนั้นดูเรา” ทดลองเล่นสล๊อต คุณ รวมทั้งนักเขียนร่วม…


มีอารยธรรมเอเลี่ยนขั้นต่ำ 36 อารยธรรม ที่ฉลาดหลักแหลมอยู่ด้านในกาแล็กซีของพวกเรา

หนึ่งในปริศนาเกี่ยวกับจักรวาลที่โบราณที่สุด แล้วก็ยิ่งใหญ่ที่สุดนิรันดรก็คือ “มีใครกันแน่อยู่ด้านนอกนั้นอีกไหม” ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้สมการ Drake Equation มาช่วยให้พวกเราเข้าใจในเรื่องคำตอบในปัญหานี้ แม้กระนั้นก็ยังไม่มีข้อชี้ชัดอะไรก็ตามที่กระจ่างแจ้งเกี่ยวกับคำตอบ ซึ่งในขณะนี้ก็มีนักวิทยาศาสตร์กรุ๊ปหนึ่งจากมหาวิทยาลัยน็อตแย้งหมูแฮม (University of Nottingham) ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ “พัฒนาการของจักรวาล” (cosmic evolution) โดยอิงจากผลของการคำนวณต่างๆจนได้บทสรุปว่า ด้านในศิลปินจักรกาแลคซี่ทางช้างเผือกของพวกเรา คงจะมีอารยธรรมต่างดาวเจริญก้าวหน้าอย่างต่ำอยู่ราว 36 อารยธรรม งานค้นคว้าวิจัยนี้มีชื่อว่า The Astrobiological Copernican Weak and Strong Limits for Intelligent Life ที่เผยแพร่ลงสู่นิตยสารฟิสิกส์ดาราศาสตร์ (The Astrophysical Journal) ตอนวันที่ 15 เดือนมิถุนายน ปี คริสต์ศักราช 2020 ทดลองเล่นสลอต รายงานฉบับใหม่นี้ศึกษาเล่าเรียนรวมทั้งพิจารณาปริมาณอารยธรรมด้านในกาแล็กซีกาแลคซี่ทางช้างเผือกที่คาดว่าจะมีความสามารถพอที่จะติดต่อและทำการสื่อสารกันได้ (หรือ CETI) ที่คาดการณ์ว่า ชีวิตทรงความคิด สามารถเกิดขึ้นได้บนดาวนพเคราะห์ดวงอื่นๆได้เหมือนกันกับสิ่งที่เกิดสังกัดโลกของพวกเรา กล่าวอีกนัยหนึ่ง สิ่งมีชีวิตที่เริ่มขึ้นมาจากชีวิตที่ยังปราศจากความซับซ้อนอะไรเท่าไรนัก จนถึงพัฒนาการไปสู่สิ่งมีชีวิตในระดับที่มีความซับซ้อนอย่างนานาประการ รวมทั้งกำเนิดเชาวน์ขึ้น ก็คงจะจำเป็นต้องใช้เวลาสำหรับเพื่อการพัฒนาการตนเองนานถึง…


ชีวิตบนดาวศุกร์ | ดาวศุกร์ก็เคยมีห้วงมหาสมุทรเช่นเดียวกับโลก | ศึกษาและทำการค้นพบฟอสฟีน เค้าเงื่อนของสิ่งมีชีวิต

ในตอนต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ดาวศุกร์เคยถูกตรึกตรองว่าเป็นดาวที่ละม้ายกับโลกมากมาย แล้วเหมาะสมต่อการพำนักของสิ่งมีชีวิต นักวิทยาศาสตร์บางบุคคลมั่นใจว่าบนดาวศุกร์นั้นมีน้ำ! ด้วยเหตุว่าพวกเขาพบเจอกรุ๊ปก้อนเมฆอันแน่นหนาอยู่ในชั้นบรรยากาศ คาดการณ์พื้นฐานก็คือระดับล่างโน่นคงจะประกอบไปด้วยหนองบ่อน้ำอยู่เยอะไปหมด (เพราะเหตุว่าความชุ่มชื้นในก้อนเมฆควบแน่นตกลงมาเป็นฝน) รวมทั้งการที่ดาวศุกร์มีเมฆคลุ้มว่าโลกก็เลยตีความหมายได้ว่า “น้ำ” ก็คงจะมีมากยิ่งกว่าบนโลกเหมือนกัน แต่ว่าวันหลังไปสู่สมัยเริ่มต้นอวกาศ นักวิทยาศาสตร์ก็ทราบดีแล้วว่าผิวของดาวศุกร์นั้นมีอุณหภูมิมากถึง 467 องศาเซลเซียส! (ซึ่งเป็นดาวนพเคราะห์ที่มีอุณหภูมิผิวมากที่สุดในระบบสุริยะ แล้วก็สูงขึ้นยิ่งกว่าดาวพุธ) และก็มีความดันบรรยากาศเป็น 90 เท่าของโลก (ซึ่งเป็นแรงกดดันซึ่งสามารถเจอได้บนโลกลึกลงไปใต้ผิวน้ำที่ 900 เมตร) ด้วยสองสาเหตุนี้ก็พอเพียงที่จะตอบปัญหากับพวกเราได้ว่าตกลงแล้วบนผิวของดาวศุกร์มีน้ำไหม คำตอบก็คือ “ไม่น่ามีความน่าจะเป็น” ทำให้สิ่งแวดล้อมของดาวศุกร์นี้ก็เลยไม่อำนวยต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก ถัดมานักวิทยาศาสตร์ก็รู้ถึงเหตุผลว่าเพราะเหตุใดดาวดวงนี้ก็เลยร้อนยิ่งนัก ขั้นแรกเลยก็คือดาวศุกร์อยู่ใกล้กับพระอาทิตย์มากยิ่งกว่าโลก ต่อมาเป็นชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์นั้นประกอบไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 96 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตอนนี้ก็อย่างที่พวกเรารู้กันว่ามูลเหตุสำคัญๆของการเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจกนั้นมาจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การมีอยู่ของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศนั้นนับว่าเป็นเรื่องดีสำหรับชีวิตถ้าเกิดมีอยู่ในจำนวนบางส่วน (หากไม่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผิวโลกจะหนาวเย็นน้อยกว่าจุดที่ทำให้เป็นน้ำแข็งของน้ำ) ในอีกกรณีหนึ่งหากมีจำนวนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากจนเกินไป (อาทิเช่นสิ่งที่เกิดขึ้นบนดาวศุกร์) ดาวพระเคราะห์ดวงนั้นก็จะร้อนจัด จนถึงยากแก่การวิวัฒนาการในชีวิตอะไรก็แล้วแต่ แต่ในช่วงปลายปี คริสต์ศักราช 2002 ก็มีนักวิทยาศาสตร์บางคนแนะว่า เหนือขึ้นไปในชั้นบรรยากาศของดาวศุกร์นั้นมีสิ่งแวดล้อมที่เย็นลงและก็เป็นกรด ซึ่งบางทีอาจเป็นที่อยู่อาศัยของเชื้อจุลินทรีย์จำพวก ‘อิกซ์ตรีโมไฟล์’ (Extremophile) ได้! อย่างที่รู้กันในขณะนี้เป็นผิวของดาวศุกร์นั้นร้อน และก็แล้งเหลือเกิน ซึ่งไม่สอดคล้องกับปฐวีชีววิทยา แม้กระนั้นกรุ๊ปก้อนเมฆที่เป็นกรดของดาวศุกร์ บางทีอาจซุกซ่อนชีวิตเอาไว้อยู่ข้างในนั้น และไม่แน่ว่าการมีอยู่ของชีวิตกลุ่มนี้…


มนุษย์ดาวอื่นโบราณ ในตอนที่ 6: ตำนานโมเสส & เครื่องแมนทุ่งนา (Manna Machine) & ไขปัญหารูบนหินแกรนิต

จะเป็นได้ไหมว่าในอดีตกาลนั้นชาวอียิปต์สามารถเข้าถึง แหล่งเพชรนิลจินดาที่มีความแข็งแกร่งที่สุดอย่างเพชรได้ อย่างไรก็แล้วแต่ตลอดการตรวจสอบอียิปต์ถึงแม้ ‘เซอร์ ฟลินเดอรส์ เพตรี’ (Sir Flinders Petrie) จะศึกษาและทำการค้นพบลายเส้นเจาะอยู่จำนวนมาก แม้กระนั้นเขายังไม่เคยศึกษาค้นพบการปรากฏตัวของเพชรใดๆก็ตามเลย! แล้วถ้ามันมีอยู่จริง เพชรกลุ่มนี้มันหายไปไหนหมด? มันไปอยู่ที่แห่งไหน? แน่ๆว่าประเด็นนี้พวกเราก็ยังไม่บางทีอาจทราบได้ ถ้าเกิดชาวอียิปต์โบราณมิได้มีเครื่องไม้เครื่องมือเพชรมาไว้ใช้สำหรับงานสร้าง แล้วพวกเขาสามารถตัดหรือเจาะหินแกรนิตเหล่านี้ได้เช่นไร จะเป็นได้ไหมว่าสิ่งที่ Petrie ศึกษาและทำการค้นพบโดยบังเอิญนั้น เป็นหลักฐานที่คงเหลืออยู่ของผลที่ได้จากการใช้เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าจากมนุษย์ดาวอื่น Chris Dunn ผู้ชำนาญด้านเครื่องกลได้เคยทดลองเพียรพยายามตอบปัญหานี้ โดยเขาได้สร้างสว่านเจาะหินแกรนิตขึ้นมา เพื่อเอาอย่างเครื่องไม้เครื่องมือและก็เคล็ดวิธีที่ชาวอียิปต์โบราณได้ใช้ การทดลองนี้บางทีอาจชี้ให้เห็นว่าชาวอียิปต์สามารถเจาะหินแกรนิตได้จริงๆหรือเปล่า เขานำท่อที่เตรียมขึ้นมารวมทั้งปรับปรุงแก้ไขข้อเหวี่ยงโดยใช้ส่วนประกอบของทรายแล้วก็ซิลิคอนคาร์ไบด์ (silicon carbide) จากความพากเพียรทำอยู่หลายชั่วโมงสำหรับในการกลึงแล้วก็เจาะเข้าไปในหินแกรนิตชิ้นนี้ ตอนท้ายเขาก็ได้ระดับความลึกที่มากพอเพียงจะสามารถดึงศูนย์กลางของมันออกมาได้ แม้กระนั้นเหตุผลของการทดสอบในคราวนี้นั้นมิได้เพื่อมองแต่ว่าภาวะผิวโดยรวมแค่นั้น แม้กระนั้นพวกเขาจะเน้นย้ำศึกษาเล่าเรียนไปยังศูนย์กลางของการเจาะในคราวนี้ โดยขั้นถัดไปเป็น คณะทำงานจะใช้กล้องจุลทรรศน์ทรงอำนาจสูง (industrial microscope) เพื่อส่องพินิจพิจารณา เทียบระหว่างแกนขุดที่ผลิตขึ้น กับ แกนขุดต้นฉบับที่ได้มาจากพิพิธภัณฑสถาน Petrie เมื่อพวกเขาใช้กล้องถ่ายรูปส่องไปยังแกนขุดที่พวกเขาได้ขุดมันด้วยท่อทองแดงและก็ทราย พวกเขาก็ได้มองเห็นผิวรอยต่อบริเวณศูนย์กลางที่ไม่ค่อยกระจ่างแจ้งสักเท่าไหร่ หรือก็คือมันไม่ค่อยมีความละเอียด นี่ชี้ให้เห็นว่ามันไม่มีอะไรเด่นเลยในด้านของการใช้งานเครื่องมือขุดที่สร้างขึ้นจากทรายแล้วก็ทองแดง ทดลองเล่นสลอต ต่อนี้ไปเมื่อพวกเขาได้ทดลองจับนำงานต้นฉบับขึ้นมาส่องดูบ้าง พวกเขาก็ได้มองเห็นถึงความไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิงกับผลงานที่ผลิตขึ้น เนื่องจากว่าการเจาะต้นฉบับจากความสามารถของชาวอียิปต์โบราณนั้น มันมองมีความละเอียดที่มองเห็นได้อย่างแจ่มแจ้ง รวมทั้งทำเป็นออกจะลึกกว่ามากมายด้วย ทำให้พวกเขามีความรู้สึกว่าสิ่งที่จะควักหินแกรนิตให้ได้มีความเที่ยงตรงขนาดนี้ มันควรจะเป็นประดิษฐกรรมบางอย่างที่ถูกผลิตขึ้นมาใช้งานเฉพาะด้าน…


มนุษย์ดาวอื่นโบราณ เวลาที่ 5: เทคโนโลยีเอเลี่ยน & หลุมเจาะปัญหาอียิปต์ & การรวมละลายหิน แทนการตัดหิน

พูมาพันเรา (Puma Punku) เป็นวิหารซับซ้อนขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่บนยอดดอยในโบลิเวีย นักโบราณคดีกระแสหลักได้ประเมินเอาไว้ว่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ตรงนี้แต่ก่อนไม่มีภาษาทางการหรือแม้กระทั้งล้อเลื่อนเลย แม้กระนั้นพวกเขาก็ได้สร้างสิ่งที่มีความซับซ้อนเยอะที่สุดแห่งหนึ่งของโลกขึ้นมาได้ นักทฤษฎีมนุษย์ดาวอื่นโบราณเห็นว่า Puma Punku นี่เป็นข้อยืนยันที่กระจ่างที่ชี้แจงถึงอิทธิพลที่ได้รับมาจากมนุษย์ดาวอื่น ซากหลักฐานทางโบราณคดีของ Puma Punku นั้นอยู่ในภาวะที่สุดยอดมากมาย ที่น่าดึงดูดก็คือ พวกเราจะประสบพบเห็นการจัดลำดับตัวของหินแต่ละก้อนอย่างสมบูรณ์แบบไม่มากสักเท่าไรนัก แม้กระนั้นตรงนี้คุณจะได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมของการรับดูสิ่งอัศจรรย์ของโลกสมัยโบราณ คุณจะพบว่าหินเหล่านี้ไม่ธรรมดา พวกมันถูกดีไซน์ขึ้นมาตามหลักคณิตเหนือกว่าสิ่งอื่นใดที่พวกเราได้ใช้กันในทุกวันนี้ ซึ่งในสมัยก่อนสถานที่ที่นี้บางทีอาจถูกทำขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง เหมือนกับที่พวกเราสร้างซอฟต์แวร์ขึ้นมาเพื่อจะใช้งานเฉพาะด้าน ทดลองเล่นสลอต เป็นได้หรือเปล่า ที่ Puma Punku ในที่ราบสูงของโบลิเวีย จะเป็นอะไรที่มากกว่าเพียงแค่บล็อกหินปกติเพราะเหตุว่าแต่ละหินพวกนี้ถูกตัด และก็ปรับแก้อย่างปราณีมานานกว่า 5,000 ปี! จะกล่าวได้ว่ามันแทบไม่อยากจะเชื่อ แม้กระนั้นหินพวกนี้มันถูกตัดได้อย่างน่าประทับใจจริงๆซึ่งบางก้อนมีรอยบากเล็กน้อยด้วย มันเป็นการปรับปรุงข้างในที่ยากที่จะทำเป็นจริงๆในความหมายก็คือมันยากมากมายๆที่พวกเราจะมีวัสดุอะไรมาเอาอย่างงานสร้างที่มีความเที่ยงตรงแบบนี้ ในความหมายก็คือมันแทบไม่อยากจะเชื่อ แม้กระนั้นถึงอย่างงั้นมันก็เป็นไปแล้ว เนื่องจากพวกเราได้มองเห็นงานตัดที่เด็ดขาดมากมาย แล้วก็สร้างความตรึงใจทุกหนให้แก่ผู้มาเยี่ยมเยือน สำหรับพระพุทธรูปแล้วนี่นับว่าเป็นงานแดนนรกอย่างยิ่งจริงๆ ใกล้เคียงสุดถ้าเกิดพวกเราจะทำอะไรแบบนั้นในทุกวันนี้ เดี๋ยวนี้พวกเรามีเครื่องไม้เครื่องมือสลักที่เรียกว่า เครื่อง CNC ที่ศีรษะเข็มนั้นสร้างมาจากเพชร ก่อนเริ่มขับเคลื่อน ช่างจะกระทำดีไซน์ผลงานล่วงหน้าอยู่ด้านในซอฟต์แวร์ก่อน ต่อจากนั้นเมื่อคุณได้ต้นฉบับแล้ว คอมพิวเตอร์ก็จะกระทำการออกคำสั่งไปยังเครื่อง CNC ให้ออกแบบงานได้ดังที่วางไว้ หากแม้คำตอบที่ออกมาจะไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม เป็นไปไม่ได้ไหนที่คุณจะสามารถแลเห็นได้ถึงความสมบูรณ์แบบอะไรก็แล้วแต่ มันราวกับว่า…


มนุษย์ดาวอื่นโบราณ ในเวลาที่ 4: ไขปัญหาคนไหนกันแน่สร้าง มหาพีระมิด & พูมาพันฉัน หินโบราณที่ราวกับถูกตัดด้วยเลเซอร์!

คริส ดันน์ (Chris Dunn) วิศวกรรมผู้ชำนาญ ได้ใช้เวลาหลายทศวรรษในการศึกษาเครื่องไม้เครื่องมือ เพื่อกล่าวหาชาวอียิปต์โบราณนั้นได้ใช้แบบไหน โดยทั่วไปแล้วพวกเราถูกสอนโดยนักโบราณคดีว่า ชาวอียิปต์โบราณนั้นใช้เพียงแต่เครื่องไม้เครื่องมือกล้วยๆสำหรับเพื่อการสร้างวิหารหรือพีระมิด บ้างก็ว่าพวกเขาได้ใช้หินทรงกลม, ท่อทองแดง, สิ่วทองแดง แล้วก็ทราย เพื่อตอกแล้วก็เจาะรูหินแกรนิต รวมทั้งหินไดโอไรต์ ซึ่งหินเหล่านี้เป็นหินที่มีความแข็งแรงมากมาย แต่ว่าวิศวกร คริส ดันน์ กลับไม่เชื่อแบบนั้น หลังจากที่ได้ใช้เวลามายาวนานหลายปีสำหรับการศึกษาค้นคว้า จากข้อมูลก็ดูเหมือนกับว่ามันไม่ใช่เครื่องไม้เครื่องมืออย่างง่ายพวกนั้นแน่นอน ในอียิปต์ คริส ดันน์ สามารถเข้าไปตรวจตรายังโบราณสถานที่นี้ได้โดยตรง สิ่งที่เขาศึกษาและทำการค้นพบสามารถเป็นไปได้อีกทั้งสิ่งที่ใช้พิสูจน์ และก็ข้อขัดข้องไปในตัว ถ้าหากคุณทดลองดูการจัดเรียงหินทั้งปวงข้างในมหาพีระมิดกีซ่า (Giza Plateau) อันประกอบไปด้วยมหาพีระมิด (Great Pyramid) ,พีระมิดค้างเฟร (Khafre Pyramid) รวมทั้ง พีระมิดเมนคูเร (Menkaura’s Pyramid) ก็จะพบว่าพวกพีระมิดกลุ่มนี้ก่อตัวขึ้นมาจากบล็อกหินเป็นจำนวนนับล้านก้อน พวกเขามีความเข้าใจสำหรับในการตัดหินได้อย่างเก่ง รวมทั้งมีขนาดที่พอดิบพอดีในการจัด ราวกับอย่างกับมีใครสักคนได้กล่าวขึ้นมาว่า “เอาละ ฉันอยากได้บล็อกหินที่มีขนาดเท่านี้” ต่อจากนั้นบล็อกหินดังกล่าวมาแล้วข้างต้นก็ถูกสร้างขึ้นมาอย่างทันทีทันควัน แล้วก็ห่างออกไปไม่กี่ไมล์ (5 ไมล์ หรือ 8 กิโล) ทางทางเหนือของกีซ่าพวกเราก็จะเจอกับสถานที่ๆเรียกว่า…